
แม้ดอยผาหมี จะเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นดี มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 1,500 ไร่ ทว่า ในชุมชนกลับไม่มีเครื่องคั่วกาแฟเลย ชาวบ้านต้องเดินทางกว่า 30 กิโลเมตรไปจ้างคั่วนอกพื้นที่ แต่วันนี้ดอยผาหมีมีเครื่องคั่วกาแฟประจำชุมชน พร้อมสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและจดจำเมื่อมาเยือน
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) หรือ ธพว. เปิดเผยว่า จากที่ธนาคารลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลเชิงลึกชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศที่มีความโดดเด่น เพื่อต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดย “ดอยผาหมี” ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งธนาคารสนับสนุน เนื่องจากเห็นศักยภาพจากต้นทุนแผ่นดิน มีธรรมชาติสวยงามอุดมสมบูรณ์ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นดีงาม อีกทั้งยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นเยี่ยมของประเทศ เดินทางสะดวกอยู่ห่างจากตัวเมือง อ.แม่สาย แค่ 7 กิโลเมตร และคาดว่าในอนาคตอันใกล้ จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอีกจำนวนมาก เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากพื้นที่อยู่ติดกับถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งเกิดเหตุการณ์นักฟุตบอลทีม”หมูป่าอะคาเดมี่แม่สาย” 13 ชีวิตติดถ้ำ จนโด่งดังไปทั่วโลก กำลังก้าวเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย
ปั้นแบรนด์ “กาแฟดอยผาหมี”
ทั้งนี้ การสนับสนุนเบื้องต้น ส่งเสริมอาชีพการแปรรูปเมล็ดกาแฟ โดยอนุมัติ “สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0” วงเงิน 1 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อเครื่องคั่วกาแฟ เนื่องจากที่ผ่านมา แม้ดอยผาหมี จะเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นดี มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 1,500 ไร่ ทว่า ในชุมชนกลับไม่มีเครื่องคั่วกาแฟเลย ชาวบ้านต้องเดินทางกว่า 30 กิโลเมตรไปจ้างคั่วนอกพื้นที่ ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่ม ดังนั้น เมื่อมีเครื่องคั่วกาแฟประจำชุมชน จะลดต้นทุนการผลิตไปได้ถึง 10 บาทต่อกิโลกรัม อีกทั้งรายจ่ายที่เดิมต้องไปจ้างคนภายนอกคั่วกาแฟ กิโลกรัมละ 50 บาท จะกลับมาหมุนเวียนในชุมชนแทน รวมถึงส่งเสริมการสร้างแบรนด์ “กาแฟดอยผาหมี” ให้เป็นที่รู้จักและจดจำ เหมาะเป็นของฝากที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเมื่อมาเที่ยวดอยผาหมี
ปรับปรุงบ้านพักเป็น “โฮมสเตย์”
นอกจากนั้น ส่งเสริมให้คนในชุมชนที่มีความพร้อมปรับปรุงบ้านพักเป็น “โฮมสเตย์” เนื่องจากทุกวันนี้ ดอยผาหมี มีโฮมสเตย์เพียงแค่ 3 หลัง รับนักท่องเที่ยวเข้าพักได้เพียงประมาณ 30 คนเท่านั้น ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวมาดอยผาหมีเฉลี่ยประมาณ 500 คนต่อวัน ยิ่งเป็นวันหยุดเพิ่มเป็นกว่า 1,000 คนต่อวัน และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ธนาคารได้นำผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโฮมสเตย์มาให้ความรู้แก่ชาวดอยผาหมีที่สนใจอยากปรับปรุงบ้านเป็นโฮมสเตย์ ควบคู่กับเติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยถูกพิเศษ เพื่อใช้ปรับปรุงบ้านพัก เช่น สินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว สำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนาน 7 ปี และ สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 จากกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับนิติบุคคลคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1% คงที่ตลอดระยะเวลา 7 ปี

ครั้งแรกกับการอนุมัติสินเชื่อ
นายมงคล กล่าวต่อว่า การยกระดับท่องเที่ยวชุมชนดอยผาหมี จะช่วยให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ แก่ชาวดอยผาหมี และส่งต่อไปยังธุรกิจต่อเนื่องอย่างกว้างขวาง ทั้งธุรกิจทัวร์ ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าที่ระลึก เป็นต้น โดย ธพว. นับเป็นสถาบันการเงินแห่งแรกที่สนับสนุนสินเชื่อให้แก่ชุมชนดอยผาหมีได้สำเร็จ เพราะชาวชุมชนไม่มีเอกสารสิทธิ์เพื่อใช้ค้ำประกันใดๆ สถาบันการเงินอื่นๆ จึงไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้ แต่สำหรับ ธพว. ใช้กระบวนการพิจารณาจากสิทธิ์ทำกินในพื้นที่โครงการพัฒนาที่ดินดอยตุง รวมถึงใช้กลไก บสย. มาค้ำประกัน จึงสามารถอนุมัติสินเชื่อแก่ชาวดอยผาหมีได้
ยกระดับจากชุมชนสู่อินเตอร์
ด้านนางสาวผกากานต์ รุ่งประชารัตน์ ประธานวิสาหกิจชุมชนกาแฟดอยผาหมี กล่าวเสริมว่า การเข้ามายกระดับการท่องเที่ยวชุมชนของ ธพว. จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ชาวดอยผาหมี จากเดิมเคยยึดอาชีพเกษตรกรปลูกกาแฟ ขายส่งผลผลิตราคาถูกให้พ่อค้าคนกลางนำไปขายต่อเพื่อติดแบรนด์อื่นๆ คนภายนอกจึงไม่รู้จักกาแฟภายใต้ชื่อดอยผาหมี เมื่อ ธพว. ส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้การแปรรูปกาแฟ และสร้างแบรนด์ของตัวเอง อีกทั้งเติมทุนเพื่อซื้อเครื่องจักร ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ และส่งเสริมการตลาด จะช่วยเพิ่มมูลค่ากาแฟดอยผาหมี ในฐานะของฝากเด่นประจำถิ่น ขายได้ราคาสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การปรับปรุงโฮมสเตย์ให้มีมาตรฐานความสะอาดปลอดภัย จะช่วยเพิ่มราคาค่าที่พักจากปัจจุบันแค่หลักร้อยบาทต่อวัน หลังปรับปรุงแล้วสามารถเพิ่มเป็นหลักพันบาทต่อวัน